วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

>> งบรับ - จ่าย ของชมรมสหกรณ์จังหวัดตาก

ชมรมสหกรณ์จังหวัดตาก
รายการรับ รายการจ่าย เงินสด
ระหว่าง 1 ม.ค.55 - 30 เม.ย.55
รายการรับ
1.ค่าบำรุงชมรมฯ
22,000.00
บาท
2.เงินคงเหลือวันสหกรณ์ '55
17,142.00
บาท
รวมรับ
39,142.00
บาท
เงินสดยกมา
221,999.49
บาท
261,141.49
บาท
รายการจ่าย
1.อาหารกลางวันประชุม กก.ชมรมฯ
2,800.00
บาท
2.ค่าใช้จ่ายวันประชุมใหญ่
2,400.00
บาท
3.กระเช้าวันสงกรานต์
1,590.00
บาท
รวมจ่าย
6,790.00
บาท
เงินสดคงเหลือยกไป
254,351.49
บาท
261,141.49
บาท
หมายเหตุ :
     เงินสด  254,941.49 บาท อยู่ที่
     (1) ฝาก สอ.ครูกระทรวงศึกษาฯตาก จำนวน    2,082.66 บาท
     (2) ฝาก ธ.ก.ส.ตาก                           จำนวน  59,403.48 บาท
     (3) ฝาก สกก.พบพระ                        จำนวน 192,865.25 บาท

รายละเอียดการรับค่าบำรุงชมรมสหกรณ์จังหวัดตาก
ข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2555

(ขออภัย..หากสหกรณ์ใดชำระค่าบำรุงชมรมฯ ประจำปีหลังจากวันนี้..)
หน่วย : บาท
ชื่อ
ปี 52
ปี 53
ปี 54
ปี 55
สสก.พระธาตุผาแดง
1,000
1,000
1,000
1,000
สอ.ครูตาก
1,000
1,000
-
-
สกก.บ้านตาก
1,000
1,000
1,000
-
สกก.พบพระ
1,000
1,000
1,000
1,000
สกก.แม่ระมาด
1,000
1,000
1,000
1,000
สกน.แม่สอด
1,000
1,000
1,000
1,000
สกก.สามเงา
1,000
1,000
1,000
1,000
สกก.สกุลกือ
-
1,000
1,000
1,000
สกก.ปฏิรูปที่ดินวังเจ้า
1,000
1,000
1,000
1,000
สก.เดินรถแม่สอด
1,000
-
-
-
สผน.ฝายวะเล่ย์
1,000
1,000
1,000
1,000
สกน.แม่ระมาด
1,000
1,000
1,000
1,000
สกก.รวมใจฯแม่สอด
1,000
1,000
1,000
-
สกก.เมืองตาก
1,000
1,000
1,000
1,000
สก.ผู้ปลูกลำไย จ.ตาก
1,000
1,000
1,000
1,000
สกก.แม่สอด
1,000
-
-
-
สอ.กระทรวงศึกษาฯ
1,000
1,000
1,000
1,000
สอ.ตำรวจภูธรตาก
-
-
-
-
สกก.อุ้มผาง
-
-
-
-
ชสก.ตาก
-
-
-
-
สก.เดินรถตาก
-
-
-
-
สกต.ลูกค้า ธกส.ตาก
-
-
-
-
รวม
16,000
15,000
14,000
12,000

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

>> ข้อบังคับของชมรมสหกรณ์จังหวัดตาก






>> ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ร่วมรายการ "นายกยิ่งลักษณ์พบประชาชน"

เมื่อวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2555  "ณัฐวุฒิ  ไสยเกื้อ" รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมรายการ "นายกยิ่งลักษณ์พบประชาชน" กล่าวถึงนโยบายการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสินค้าการเกษตร
ที่มา : นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 


ณัฐวุฒิ  ไสยเกื้อ รายงานไว้ในเฟซบุ๊กของเขาดังนี้ :

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2555 เป็นการสัมภาษณ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายธีรัตถ์ รัตนเสวี เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึง บทบาทในการนำสินค้าสหกรณ์มาช่วยดูแลค่าครองชีพว่า จริงๆ สหกรณ์ผลิตสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันมานานแล้ว แต่ไม่ได้นำออกมาอย่างชัดเจน ก็เลยกราบเรียนนายกฯ ว่ามีพี่น้องสหกรณ์และสินค้าสหกรณ์ที่จะนำออกขาย ตั้งชื่อว่า "โครงการถูกทั้งแผ่นดิน" ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลตอบรับดี เริ่มต้นเปิดจังหวัดละ 1 ร้าน และในกทม. 10 ร้าน รวมเป็น 87 ร้าน จนถึงวันนี้ก็ 2 สัปดาห์เต็ม ยอดขาย 80 ล้านบาทแล้ว

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ขยายไปในระดับอำเภอ อำเภอไหนที่พร้อมก็ขยายได้เลย เรื่องนี้นอกจากลดค่าครองชีพแล้ว ยังอธิบายความว่าผู้บริโภคมีทางเลือก สินค้าสหกรณ์ก็เป็นตัวอย่างของสินค้าที่ราคาถูกกว่า บรรจุภัณฑ์ไม่แตกต่าง เมื่อดูคุณภาพ พี่น้องเกษตรกรทำด้วยความตั้งใจ ความรับผิดชอบ วัตถุดิบหามาเอง คุณภาพไม่ต้องกังวล มีตัวชี้วัดว่าในร้านที่เปิดขายมีผู้บริโภคมาซื้อมากขึ้น และมีการซื้อซ้ำ

นอกจากนี้ ให้มีการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน ในระหว่างจังหวัด เป็นบาร์เตอร์เทรดแบบสหกรณ์ เช่น แลกน้ำมันพืชกับข้าวสาร ระบบนี้ทดลองแล้วบางที่ ก็ได้ผล แต่ต้องส่งเสริมให้มากขึ้น ตั้งใจนำร่องคลังสินค้าส่งในจังหวัด ซึ่งจะประสานกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ เชิญโชวห่วยในจังหวัดมาร่วมสมัครในสหกรณ์จำหน่ายสินค้าในราคาสหกรณ์ สมมติร้านโชวห่วยซื้อของจากสหกรณ์ไปบวกราคานิดหน่อยก็ยังถูกกว่าท้องตลาด ขณะเดียวกันประชาชนก็มีทางเลือกในการบริโภค พี่น้องสหกรณ์สามารถเพิ่มกำลังการผลิต เงินทองก็หมุนเวียนในตลาด

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า คนมักวิจารณ์ว่าตนทำแบบไฟไหม้ฟางหรือทำตามกระแส ซึ่งไม่ใช่ แต่นี่เป็นก้าวแรกที่จะทำให้ร้านค้าสหกรณ์ยืนได้ในร้านค้าหรือห้างต่างๆ และทำให้สมาชิกสหกรณ์มีรายได้

ส่วนการวัดผล ในเรื่องสหกรณ์เดินไปข้างหน้าเรื่องสินค้า ถ้านำร่องได้ใน 2-3 จังหวัด และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคก็จะขยายพร้อมๆกันทั่วประเทศ

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า จะมีการผลักดันให้มีการประกาศวาระแห่งชาติในเรื่องสหกรณ์ ซึ่งเราจะประกาศกันในเดือนกรกฎาคมนี้ หนึ่งในแนวคิดคือเม็ดเงินในสหกรณ์ 1.7 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งจะปล่อยสินเชื่อให้โครงการของหน่วยงานรัฐ ทำให้สหกรณ์ เป็นแหล่งสินเชื่อ ซึ่งจะทำให้สหกรณ์มั่นคงเพราะลูกหนี้เป็นหน่วยงานรัฐ เม็ดเงินก็หมุนอยู่ในนี้ กำลังมอบให้ทีมดูความเป็นไปได้ ข้อกฎหมายถ้าเดินไปจะเดินเรื่องนี้และประกาศเรื่องนี้ออกมาด้วย

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า จะติดตามผลเรื่องการทำบัญชีครัวเรือน เพื่อดูว่าประชาชนมีการเก็บหอมรอมริบหรือไม่ เพราะประชาชนบ่นว่ารายได้ไม่พอรายจ่ายทั้งที่แต่ละเดือนไม่รู้เลยว่าจ่ายไปเท่าไรก็จะเริ่มต้นสอนบัญชีออกโทรทัศน์มีอาสาสมัครที่เป็นครูบัญชีอาสามาสอน เราจะให้ความรู้เรื่องบัญชีครัวเรือนกันในจอโทรทัศน์และทำเป็นซีดี การให้ความรู้เรื่องบัญชีครัวเรือนเป็นเรื่องของทุกคน ถ้ามีวินัยในการทำบัญชีครัวเรือนจะเกิดวินัยในการดำรงชีพ เผลอๆคนที่รวยๆก็อาจจะนั่งเรียนไปพร้อมๆกัน ทำให้การทำบัญชีครัวเรือนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า กรณีแท็กซี่ขอปรับขึ้นค่าโดยสารว่า การขอปรับค่าแท็กซี่ มีการเจรจากับสหกรณ์แท็กซี่ ซึ่งความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ มีมาก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งรัฐมนตรี จำได้ว่าพี่น้องแท็กซี่ขีดเส้นไว้ว่า 16 พ.ค.จะขึ้น ตนจึงไปคุยกับกลุ่มต่างๆ จนได้ข้อสรุปว่าจะยังไม่ขึ้น อีกอย่างน้อย 3 เดือนจากนี้ ซึ่งในระหว่าง 3 เดือนนี้ตนก็จะเดินไปหารือและอธิบาย หากบอกว่าจำเป็นต้องขึ้นราคาก็ต้องดูเหตุผลที่จะขึ้น จะให้แท็กซี่เอาสินค้าสหกรณ์ไปขายด้วยได้หรือไม่ เพราะสินค้าหลายตัวสหกรณ์ผลิตแล้วขึ้นห้าง

"จากนี้อีก 3 เดือนไม่ขึ้นแน่ๆ แต่หลังจากนั้นต้องคุยกัน ในฐานะฝ่ายบริหารก็ต้องเข้าไปพูดคุย ดีกว่าให้พี่น้องแท็กซี่ยกขบวนมาหาผม ผมต้องไปหาเขา และหาทางคลี่คลายก่อน ตอนนี้ที่เขาร้องเรียนมาคือค่าครองชีพ ราคาพลังงาน สวัสดิภาพ สวัสดิการต่างๆ ซึ่งก็ต้องหารือกับผู้บริหารของสหกรณ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของแท็กซี่ได้อย่างไร" นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึง ปัญหาราคายางตกต่ำว่า ราคายาง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาวูบวาบอย่างผิดปกติ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ในยุโรปกระทบบ้าง

แต่วงจรการผลิตยังอยู่ ซึ่งตนได้ให้หน่วยงานที่กำกับดูแลมาคุยกับภาคเอกชน ให้ไปซื้อยางมาจากสต็อกในตลาดญี่ปุ่นและจีน มารีเอ็กปอร์ต เพื่อให้ปริมาณสต็อกในจีนและญี่ปุ่นลดลง ก็ทำให้ราคาขึ้นมาได้ 4-5 วันแล้วราคาก็ตกไปอีก

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า มีแผนจะเดินทางไปคุยกับมาเลเซียและอินโดนีเซียในการจับมือร่วมกันแก้ปัญหาราคายางราคาที่ปรับลดลง ซึ่งตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ มีการตั้งบริษัทร่วมทุนกันขึ้นมาแล้ว ทำให้ราคาปรับสูงขึ้นมาและไม่ได้ทำให้ราคาตกลงอีกเลย แต่กลไกดังกล่าวถูกปล่อยวางไว้นานพอควรผมก็จะเข้าไปขับเคลื่อน

"ผมได้คุยกับทีมงานว่า จะเดินทางไปพบกับผู้บริหารเรื่องยางที่อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งเราเคยมีความร่วมมือ 3 ประเทศอยู่แล้ว จะหารือเพื่อประเมินสถานการณ์เฉพาะหน้าว่าเป็นอย่างไร และคิดว่าสถานการณ์นี้ (ราคายางที่ปรับลง) เราจะมีมาตรการในการรับมือร่วมกันอย่างไร รวมทั้งการวางมาตรการในระยะยาว

นอกจากนี้ มองว่าน่าจะมีการดึงประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางพารา รายใหญ่อันดับ 4 ของโลกเข้าร่วมหารือ รวมถึงประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่งเป็นประ เทศที่กำลังขยายพื้นที่การเพาะปลูกยางพารา เพราะในปี 58 จะเปิดเสรีประชาคม อาเซียน (AEC) แล้ว ก็ควรจะหารือร่วมกันเพื่อเตรียมตัวรองรับ AEC

เมื่อถามถึงการลดการปลูก นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดเรื่องลดการปลูกเพราะยังเป็นพืชที่มีอนาคตและความต้องการผลผลิตยางพาราในตลาดโลกยังมีความต้องการสูง จีนต้องการ 3.5 แสนตัน.

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

>> สำนักงานของเฟซบุ๊ก และสำนักงานของกูเกิ้ล

นำเสนอเรื่องผลกระทบของเฟซบุ๊กไปแล้ว ก็หวั่นๆ ว่า สาวกของเฟซบุ๊กจะไม่พอใจ ทั้งที่่โดยส่วนตัวแล้วนิยมชมชอบ "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ในเรื่องของวิธีคิด ความคิด ที่เป็นฐานในการสร้างและพัฒนาเฟซบุ๊ก ตอนนี้จึงขอนำเสนอ ผลของความคิด วิธีคิด ในการการจัดการองค์กรเฟซบุ๊ก ในส่วนของการจัดสำนักงาน ซึ่งเรียกกันว่า Facebook Campus และเปรียบเทียบกับสำนักงานของ Google

ก่อนหน้านี้สำนักงานของกูเกิ้ลก็เป็นที่ฮือฮามาแล้ว แน่ละ เป็นความคิดหลุดกรอบการจัดสำนักงานโดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ! ไม่อยู่ในกรอบของวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่ต้องปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน แต่อยู่ในกรอบของ Happy Work Place, คนทำงานเป็นสุข ฯลฯ เพื่อรีดความสามารถของ "คน" ให้คิดสร้างสรรค์ตอบสนององค์กรสูงสุด !

Facebook Campus
[จาก Wall Street Journal]

อาณาจักรเฟซบุ๊ค สถานที่ที่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กแสดงให้เราดูว่าสำนักงานในฝันนั้นเป็นอย่างไร และทำไมสำนักงานเฟซบุ๊คจึงติดอันดับสำนักงานที่หนุ่มสาวทั่วโลกอยากไปทำงานที่สุด 

สำนักงานเฟซบุ๊คตั้งอยู่ที่เมนโลพาร์ค แคลิฟอร์เนีย มีขนาดกว้างขวางจนเหมือนมหาวิทยาลัย เปิดทำการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011 

เห็นป้ายบอกว่า ‘แฮ็คเคอร์เวย์’ ก็เลี้ยวไปได้เลย แดนสวรรค์ของชาวคอมพิวเตอร์ 

 ในเฟซบุ๊คแคมพัส นอกจากมีบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีทุกมื้อ ยังมีบริการซักรีดเสื้อผ้าพนักงานฟรี มีโรงยิมพร้อมครูฝึกหัดส่วนตัว มีแผนกพยาบาลที่มีหมออยู่ประจำการ และมีคลีนิคทำฟันด้วย นโยบายของเฟซบุ๊คคือ ต้องการให้พนักงานทำงานอย่างสบายใจโดยไม่ต้องห่วงเรื่องภารกิจประจำวัน เพื่อจะได้อยู่ออฟฟิศทำงานได้นานๆ ไม่ต้องรีบกลับบ้าน

แฮ็คเคอร์สแควร์คือห้องสันทนาการสำหรับสังสรรค์ พักผ่อนหย่อนใจ ดูโทรทัศน์ และเป็นที่ที่เจ้านายใหญ่-คุณมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กจัดกิจกรรมเจ้านายพบลูกน้องทุกอาทิตย์ เปิดให้ทุกคนถามปัญหาได้ทุกเรื่อง ไม่ได้ทำตัวเข้าถึงยากเหมือนเจ้านายใหญ่ทั่วไป 

 ห้องรับแขก

 ที่สำนักงานเฟซบุ๊คมีบาร์ด้วย ใช้ชื่อว่า เธอะ เชดี้ย์ เลดี้ย์ ตกแต่งอย่างสุดเท่ถูกใจวัยรุ่น เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งส่วนใหญ่เป็นของมือสอง มีเบียร์ให้จิบเวลาคิดงานไม่ออก ใช่แล้ว มีเบียร์เย็นๆ สำหรับพนักงาน

บรรยากาศหรูหราน่านั่งในโรงอาหาร-เอพิค คาเฟ๋ 

 งานศิลปะเจ๋งๆ มีอยู่ทุกหนแห่ง

ห้องประชุมตามสไตล์เฟซบุ๊ค นั่งเหยียดขา เอนกาย กอดตุ๊กตา คุยงานกันไป 

 ภายในสำนักงานเน้นแสงธรรมชาติและสีสันสดใส

มุมของว่างและเครื่องดื่ม บริการตลอดเวลา ฟรีทุกรายการ 

โรงอาหารใช้ชื่อเก๋ไก๋ว่า เอพิค คาเฟ่ ออกแบบโดยทีมมัณฑนากรที่ออกแบบโรงแรมเอซโฮเท็ลในนิวยอร์ค 


ภายในครัวของเฟซบุ๊ค เลี้ยงดูกันอย่างเต็มที่ ไม่ใช่มีแต่กะเพราหมูสับไข่ดาว 

นอกจากเฟซบุ๊คจะเลี้ยงดูลูกน้องด้วยอาหารปกติธรรมดาอย่างอิ่มหมีพีมันแล้ว ยังมีครัวพิเศษใช้ชื่อว่า สโม้คเฮ้าส์ บริการอาหารแบบบาบีคิวปิ้งย่าง เป็นที่ถูกใจของพนักงานจนต่อคิวยาวแบบนี้ทุกกลางวัน 

ตรงกันข้ามกับบางบริษัทที่ไม่อนุญาตให้พนักงานนำข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น กรอบรูปแฟน ตุ๊กตา ฯลฯ มาตกแต่งที่โต๊ะ ที่เฟซบุ๊คกลับสนับสนุนให้ทุกคนเอาข้าวของส่วนตัวที่มีคุณค่าทางจิตใจมาวางบนโต๊ะทำงานเพื่อเพิ่มความรื่นรมย์ในการทำงาน 

มีกระดานดำให้พนักงานแสดงฝีมือวาดรูปเพื่อผ่อนคลาย 

 หรือจะติดงานศิลปะหรือถ้อยคำที่ให้แรงบันดาลใจก็เชิญตามสบาย

ไม่ได้ล้อกันเล่น ที่ออฟฟิศเฟซบุ๊คมีเหล้าหลากหลายยี่ห้อเรียงรายกันให้พนักงานเชิญดื่มตามสบาย ปรบมือให้ในความใจถึงของนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซื้อใจลูกน้องกันแบบนี้เลย 

ที่กำแพงด้านหนึ่งของสำนักงาน พนักงานสามารถแสดงฝีมือศิลปะของตนได้ มีคนทำภาพสเตนซิลแบบสตรีทอาร์ท เป็นภาพเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ ประหนึ่งเป็นการแสดงความคารวะว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กเปรียบดั่งวีรบุรุษของหนุ่มสาวยุคนี้

Google's Office
[จาก Chill Out Point]

ทั้งกูเกิ้ล และ เฟซบุ๊ค เป็นสองบริษัทชั้นนำของโลกที่บริหารงานแบบคนยุคใหม่ ที่มีทัศนคติเหมือนกันคือเชื่อว่า สภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำงานที่ผ่อนคลายจะทำให้พนักงานมีประสิทธิภาพและความคิดสร้างสรรค์ เราไปแอบดูกันว่าสำนักงานของพวกเขามีอะไรดี เพราะอะไรสองบริษัทนี้จึงเป็นหน่วยงานที่คนหนุ่มสาวทั่วโลกอยากไปทำงานด้วยที่สุด

ฝาผนังสีขาวน่าเบื่อถูกแทนที่ด้วยการตกแต่งที่ทำให้นึกถึงบ้านไร่ในชนบท 

การตกแต่งแบบชนบทตามไปถึงในห้องประชุม วัวตัวนี้ทำให้บรรยากาศการประชุมดูผ่อนคลายขึ้น

ห้องอาหารมีโต๊ะปิงปองให้เล่นด้วย

ห้องสันทนาการมีโทรทัศน์จอยักษ์และเครื่องเล่นสนุกๆ

แมัแต่พรมปูพื้นก็มีลูกเล่น—เป็นรูปแผนที่โลก เหมือนกูเกิ้ลที่เชื่อมโลกทั้งใบเข้าด้วยกัน

รูบิค–ของเล่นโปรดของเด็ก

ตู้เกมวินเทจจากยุค 80-เด็กเห็นแล้วถึงกับเข่า่อ่อนด้วยความตะลึง

ส่วนทำงานโล่งๆ ไม่มีแผงกั้นเช่นเดียวกัน

อาหารจัดวางอย่างสวยหรูระดับโรงแรม

นั่งๆ นอนๆ ประชุมงานอย่างสบายๆ และมีสไตล์

ความเป็นเด็กในตัวเราเป็นสิ่งมีประโยชน์ ด้วยเหตุนี้จึงมีไม้ลื่นให้เล่นสนุกกัน

ผ่อนคลายบนเก้าอี้อีซี่บอยและเพลงเบาๆ ในห้องทีึ่ตกแต่งอย่างธรรมชาติ

ถ้ายังไม่หายเครียด ลองวิธีสุดยอด ด้วยการลงไปนอนในอ่างอาบน้ำดูปลาแหวกว่ายในห้องที่มีไฟสลัวๆ โอ้-สวรรค์ในที่ทำงานจริงๆ!

สดใสแบบชายทะเลกับออฟฟิซกูเกิ้ลที่ลอนดอน
[จาก Dezeen]

ไบรทันบีช-ชายหาดอันโด่งดังของอังกฤษคือแรงบันดาลใจของการตกแต่งออฟฟิศกูเกิ้ลแห่งใหม่ที่ลอนดอน ความสนุกสนานขี้เล่นกระจายไปทั่ว นับตั้งแต่ออฟฟิศที่ทำเป็นบ้านชายทะเลและลูกเต๋าหลากสี วอลล์เปเปอร์รูปชายหาด ไปจนถึงประตูทางเข้าที่อยู่ตรงอักษร ‘O’ สองตัวของโลโก้กูเกิ้ลพอดิบพอดี ออฟฟิศแห่งนี้ยังมีโรงยิม สปา ร้านอาหารสไตล์เอเชียฟิวชั่นให้บริการฟรี ไม่แปลกใจว่าทำไมนี่คือหนึ่งในออฟฟิศที่ดีที่สุดในโลก