วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

>> ไทยปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคลเพื่อรองรับ AEC

AEC-ASEAN
การปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศไทย รองรับ AEC
Posted in: 29 มิถุนายน 2555
ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 กรมสรรพากรได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับลดอัตราการจัดเก็บภาษีจากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 23 และสาหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2556 เป็นร้อยละ 20 ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราภาษี หรือปรับลดอัตราภาษีแล้ว
จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีอากรอย่างไร หรือเมื่อปรับลดอัตราภาษีแล้วเปรียบเทียบกับอัตราของต่างประเทศเป็นอย่างไร ดังนั้น ขอสรุปไว้ดังนี้


1. การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศไทยประเทศไทยจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ30 มาตั้งแต่ปี 2535 โดยจัดเก็บภาษีในอัตราเดียวสาหรับทุกบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล อย่างไรก็ดี ในระยะเวลาต่อมาได้มีการปรับลดอัตราภาษีเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ กิจการหรือบริษัทเป้าหมายที่ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริม


2. อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกจากการศึกษาข้อมูลของ KPMG International ที่ได้มีการสารวจ ในปี2554 พบว่าอัตราเฉลี่ยของภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในรอบ 5 ปี (พ.ศ.  2549 – 2554) มีแนวโน้มลดลง


3. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจากข้อมูลอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉลี่ยของประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะพบว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาอัตราภาษีมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน โดยค่าเฉลี่ยในปี 2549 อยู่ที่ร้อยละ 25.28 ลดลงมาเป็นร้อยละ 22.96 ในปี 2554 ดังนั้นจากข้อมูลส่วนนี้จึงกล่าวได้ว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกปรับตัวในทิศทางที่ลดลง


4. เพื่อเป็นการดารงไว้ซึ่งศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกับประเทศต่างๆทั่วโลกหรือเฉพาะในกลุ่มประเทศ AEC ประเทศไทยจึงมีความจาเป็นที่จะต้องปรับลดอัตราภาษีลงและต้องปรับลดลงในอัตราที่เหมาะสมด้วย ทั้งนี้เพื่อที่จะทาให้บริษัทไทยมีต้นทุนต่าพอที่จะสามารถแข่งขันในตลาดโลก รวมทั้งยังต้องเพียงพอในการดึงดูดให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย สาหรับกรณีของภาษีสูญเสียในช่วงแรกนั้น หากต่อมาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้เติบโตขยายตัว ประเทศไทยก็จะได้ภาษีกลับคืนมาในระยะเวลาต่อไป


นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบอัตราภาษีของกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะได้มีการรวมตัวเป็น ASEAN Economic Community (AEC) ในปี2558 นั้น พบว่าอัตราภาษีของประเทศไทยมีอัตราที่สูง โดยเท่ากับอัตราของประเทศพม่าและฟิลิปปินส์ และหากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับเดียวกับประเทศไทย เช่นเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมทั้งของประเทศสิงคโปร์จะพบว่าประเทศเหล่านี้ต่างมีอัตราภาษีต่ำกว่าของประเทศไทยทั้งสิ้น
บทสรุป
ดังนั้น จากเหตุผลที่ได้กล่าวข้างต้น หากจะให้เศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถแข่งขันได้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งเพื่อเป็นการรองรับการเกิด AEC ในปี 2558 ที่สินค้า บริการ การลงทุน แรงงานและเงินทุนที่เคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีประเทศไทยจึงมีความจาเป็นจะต้องปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลง


และต้องเป็นไปในอัตราที่แข่งขันได้ ซึ่งอัตราใหม่ของประเทศไทยที่จัดเก็บในปี 2555 ที่อัตราร้อยละ 30 และในปี 2555 ที่อัตราร้อยละ 20 นั้นจะทำให้อัตราภาษีของประเทศไทยต่ากว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลก และหากเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ AEC แล้ว จะต่ำกว่าทุกประเทศยกเว้นประเทศสิงคโปร์เท่านั้น


อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราภาษีของประเทศไทยนั้นในช่วงแรกจะมีผลกระทบอยู่บ้างในเรื่องรายได้ภาษีอากรโดยจะมีภาษีสูญเสียในช่วงปี 2555 ถึง 2557 อยู่ประมาณ 150,000 ล้านบาท

ที่มา : โดยสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ฐานเศรษฐกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น